This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รายนามพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอสวรรคโลก

รายนามพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ  เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส พระเลขานุการอำเภอสวรรคโลก  จังหวัดสุโขทัย  ภาค ๕






ที่
ชื่อ-ฉายา สมณศักดิ์
วัด
ตำแหน่ง
พระพิศาลพัฒโนดม
หนองโว้ง
จอ.สวรรคโลก
พระครูอาทรสังวรศีล
สว่างอารมณ์ฯ
รจอ.สวรรคโลก
พระครูโสภิตวินัยสาร
สวัสติการาม
จต.หนองกลับ
พระครูสุขุมธรรมนิเทศก์
ท่าเกษม
จต.คลองยาง
พระครูวิจิตรธรรมนิเทศก์
หนองป่าตอฯ
จต.ย่านยาว
พระครูวิลาศเขมากร
สว่างอารมณ์ฯ
จต.ป่ากุมเกาะ
พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา
คลองกระจง
จต.คลองกระจง
พระครูสุนทรพัฒนานุกูล
สว่างอารมณ์ฯ
จต.ในเมือง
พระมหาสิทธิชัย ปริยตฺติเมธี
หนองโว้ง
จต.เมืองสวรรคโลก
๑๐
พระครูพิพัฒน์ชลเขต
ปากน้ำ
จต.เมืองบางยม
๑๑
พระครูโอภาสธรรมรักษ์
ท่าเกย
     จต.เมืองบางขลัง
๑๒
พระมหาสกุล โกสโล
ป่าข่อย
จต.วังพิณพาทย์
๑๓
พระครูอุดมเขมากร
ป่าถ่อน
เจ้าอาวาส
๑๔
พระครูโสภณกิจจาธาร
ไทรย้อย
เจ้าอาวาส
๑๕
พระครูมงคลพิทักษ์
คลองพระรอด
เจ้าอาวาส
ที่
ชื่อ-ฉายา สมณศักดิ์
วัด
ตำแหน่ง
๑๖
พระครูพิศาลสิริวัฒน์
สวรรคาราม
เจ้าอาวาส
๑๗
พระครูพิศาลนาคดิตถ์
ท่าช้าง
เจ้าอาวาส
๑๘
พระครุวิลาสบุญสิทธิ์
คลองยาง
เจ้าอาวาส
๑๙
พระครูวาปีปัญโญภาส
หนองชุมแสง
เจ้าอาวาส
๒๐
พระครูเวฬุวันพิทักษ์สุนทร
ไผ่ล้อม
เจ้าอาวาส
๒๑
พระครูไพจิตวรคุปต์
ใหม่ศรีสมบูรณ์
เจ้าอาวาส
๒๒
พระครูกิตยากรพิพัฒน์
หนองกลับ
เจ้าอาวาส
๒๓
พระครูถาวรวัยวุฒิ
จันทโรภาส
เจ้าอาวาส
๒๔
พระครูกิตติมงคลธาดา
มงคลนิมิตร
เจ้าอาวาส
๒๕
พระครูอัมพวันประภาส
อัมพวนาราม
เจ้าอาวาส
๒๖
พระครูสุมนธรรมสุนทร
หนองเรียง
เจ้าอาวาส
๒๗
พระครูวรดิตถ์ประภาส
ท่าทอง
เจ้าอาวาส
๒๘
พระครูสันติธรรมกิตติ์
เจ็ดธรรมาสน์
เจ้าอาวาส
๒๙
พระครูปราโมชสิทธานุยุต
หนองโว้ง
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
๓๐
พระครูบรรพตขันตยาภิรัตน์
วังถ้ำคูหาสวรรค์
เจ้าอาวาส

ตำบลเมืองบางยม


๓๑
พระวินัยธรกฤษดา  ธมฺมสาโร
หนองโว้ง
เลข.จต.
๓๒
พระมหานพรัตน์ จิตฺตปญฺโญ
มาบป่าเลา
เจ้าอาวาส
๓๓
พระวินัยธรกฤษดา  ธมฺมสาโร
บางยมอุดมธรรม
รก.เจ้าอาวาส
ที่
ชื่อ-ฉายา สมณศักดิ์
วัด
ตำแหน่ง

ตำบลหนองกลับ


๓๔
พระณรงค์ชัย วงฺสวโร
ราษฎร์ศรัทธาธรรม
เลข.จต
๓๕
พระอธิการชัยชาญ ธมฺมรโต
ราษฎร์ศรัทธาธรรม
เจ้าอาวาส
๓๖
พระมีเดช  อุตฺตโร
หนองวังวน
รก.เจ้าอาวาส
๓๗
พระครูกิตยากรพิพัฒน์
โพธิ์ทอง
รก.เจ้าอาวาส

ตำบลคลองยาง


๓๘
พระสมุห์อำพร  อภินนฺโท
ท่าเกษม
เลข.จต.
๓๙
พระกฤษณะ จิตฺตสาโร
ไผ่ตะล่อม
รก.เจ้าอาวาส
๔๐
พระณัฐพงศ์ ญาณิสฺสโร
หัวเขา
รก.เจ้าอาวาส
๔๑
พระปลัดชัยวัง ฐิตวงฺโส
คลองปู
เจ้าอาวาส

ตำบลคลองกระจง


๔๒
พระสมุห์สุขประเสริฐ สุมโน
คุ้งวารี
เลข.จต.
๔๓
พระสุธีร์  สุธีโร
คลองกระจง
รองเจ้าอาวาส
๔๔
พระสมุห์อำพร  อภินนฺโท
ท่าเกษม
รองเจ้าอาวาส
๔๕
พระอธิการประดิษฐ์ ปภากโร
กรงทอง
เจ้าอาวาส
๔๖
พระสมุห์สุขประเสริฐ สุมโน
คุ้งวารี
เจ้าอาวาส
๔๗
พระอธิการฉลาด  วลฺลโภ
เวฬุวนาราม
เจ้าอาวาส

ตำบลป่ากุมเกาะ


๔๘
พระชม้อย  สุธมโม
ท่าเกย
เลข.จต.
ที่
ชื่อ-ฉายา สมณศักดิ์
วัด
ตำแหน่ง
๔๙
พระอธิการประสาน ฐานธมฺโม
โพธิ์งาม
เจ้าอาวาส
๕๐
พระอธิการสนิท ปสนฺโน
วังหว้า
เจ้าอาวาส
๕๑
พระอดิศักดิ์ จิรปญฺโญ
โบสถ์โพธิ์
รก.เจ้าอาวาส
๕๒
พระสุทัศน์  อุตตโร
คุ้งยาง
รก.เจ้าอาวาส

ตำบลย่านยาว


๕๓
พระนิพนธ์  สุขวโร
หนองป่าตอฯ
เลข.จต.

ตำบลในเมือง


๕๔
พระใบฎีกาคำรณ สุขโชตโก
สว่างอารมณ์ฯ
เลข.จต.
๕๕

เด่นกระต่าย
รก.เจ้าอาวาส
๕๖
พระอธิการประดับ ฐานธมฺโม
บ่อแปดร้อย
เจ้าอาวาส

ตำบลเมืองสวรรคโลก


๕๗
พระอุดร  อิสฺสรญาโณ
หนองโว้ง
เลข.จต.
๕๘
พระสัญญารักษ์   อุสาโห
ใหม่คลองหอม
รก.เจ้าอาวาส
๕๙
พระอธิการมงคล ถาวโร
โป่งมะขาม
เจ้าอาวาส
๖๐
พระอธิการสุวิทย์ ฐานวโร
คลองวังทอง
เจ้าอาวาส
๖๑
พระณรงค์  อคฺคธมฺโม
แม่น้ำเก่า
รก.เจ้าอาวาส

ตำบลเมืองบางขลัง


๖๒
พระสมนึก จิตฺตมโน
ท่าเกย
เลข.จต.
๖๓
พระมหาบุญมี ภูริมงฺคลาจาโร
โบสถ์
เจ้าอาวาส
ที่
ชื่อ-ฉายา สมณศักดิ์
วัด
ตำแหน่ง
๖๔
พระธนกร  ธนกโร
เกาะหินตั้ง
รก.เจ้าอาวาส
๖๕
พระอธิการณรงค์ อคฺคธมฺโม
ปากคลองช้าง
เจ้าอาวาส
๖๖
พระสมนึก จิตฺตมโน
ขอนซุง
รก.เจ้าอาวาส
๖๗
พระล้ำ  พลจิตฺโต
คลองแห้ง
รก.เจ้าอาวาส
๖๘
พระอธิการวิมล  ขนติธมฺโม
ไทรงาม
เจ้าอาวาส
๖๙
พระประสิทธิ์  คุณสิทฺโธ
ศรีคงคาราม
รก.เจ้าอาวาส

ตำบลวังพิณพาทย์


๗๐
พระสมุห์สมชาย เตชวโร
ป่าข่อย
เลข.จต.

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รักษาศีลอุโบสถ



คำอาราธนาอุโบสถศีล

มะยังภันเต ติสะระเณ นะสะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง,อุโปสะถัง ยาจามะ
ทุติยัมปิ มะยังภันเต ติสะระเณ นะสะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง,อุโปสะถัง ยาจามะ
ตะติยัม มะยังภันเต ติสะระเณ นะสะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง,อุโปสะถัง ยาจามะ
(สมาทานคนเดียว เปลี่ยนคำว่า มะยังเป็น อะหังและ ยาจามะเป็น ยาจามิ”)(ต่อไปนี้ คอยตั้งใจฟังรับสรณคมน์และศีลโดยเคารพ คือประนมมือว่าตามกำหนดที่พระสงฆ์บอกเป็นตอนๆ ว่า)
นโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ  ( ว่า ๓ ครั้ง )
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรม ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรม ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรม ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เจตนา เว้นจากการฆ่าด้วยตนเอง และใช้ให้ผู้อื่นฆ่า
๒. อทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้แล้ว,ด้วยตัวเอง และใช้ให้ผู้อื่นฉ้อฉล
๓. อพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการประพฤติกรรมอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์
๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ คำล่อลวงผู้อื่น
๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฺฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการ ดื่มน้ำเมา สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งของความประมาท

๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล ( ตั้งแต่เที่ยงจนถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ )
๗. นัจจะคีตะวาทิตะ วิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฺฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการตนาเป็นเครื่องเว้นจากการฟ้อนรำขับร้องและประโคมเครื่องดนตรีต่างๆ และดูการละเล่นชนิดเป็นข้าศึกต่อกุศล และลูบทาทัดทรวงประดับตกแต่งร่างกายด้วยดอกไม้และของหอม อันเป็นที่ตั้งแห่งความยินดี
๘. อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการนั่งนอนบนเตียงตั่งมีเท้าสูงเกินประมาณ และที่นอนสูงใหญ่ภายในมีนุ่นและสำลี และเครื่องปูลาดอันวิจิตรงดงามต่างๆ
อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ
ทิวะสัง สัมมะเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ ข้าพเจ้าสมาทานอุโบสถ, ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้, อันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการนี้, เพื่อจะรักษาไว้ให้ดี ไม่ให้ขาดไม่ให้ทำลาย, ตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ณ เวลาวันนี้(หยุดรับเพียงเท่านี้)
อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ อุโปสะถะวะเสนะ มะนะสิกะริตวา สาธุกัง อัปปะมาเทนะ รักขิตัพพานิ
(พึงรับพร้อมกันว่า) อามะ ภันเต
(แล้วพระสงฆ์จะบอกอานิสงส์ของศีลต่อไป ดังนี้)
สีเลนะ สุคะติง ยันติ
บุคคลจะมีความสุขเพราะศีล
สีเลนะ โภคสัมปะทา
บุคคลจะมีโภคทรัพย์เพราะศีล
สีเลนะ นิพพุติง
ยันติบุคคลจะตรัสรู้เข้าสู่นิพพานได้เพราะศีล
ตัสมา สีลัง วิโสธะเย
จงพากันทำศีลให้บริสุทธิ์ แล้วจะมีความสุขตลอดไป
(พึงกราบพร้อมกัน ๓ ครั้ง ต่อนี้นั่งราบพับเพียบ ประนมมือฟังธรรม เมื่อจบแล้วพึงให้สาธุการ และสวดประกาศตนพร้อมกัน)?





การรักษาอุโบสถศีล มีผลมาก มีอานิสงส์มาก
"แม้ความสุขของพระราชาผู้ทรงเป็นใหญ่ใน ๑๖ แคว้น ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของอุโบสถที่ประกอบด้วยองค์ ๘ เพราะศีลนั้นทำให้เกิดในสวรรค์"
    อุโบสถศีล เป็นกุศลวิธีที่นำพามนุษย์ไปสู่สวรรค์มาตั้งแต่มนุษย์ยุคต้นกัปป์ ถ้าเป็นอุโบสถในพระพุทธศาสนา เรียกว่า อุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ซึ่งก็หมายถึงรักษาศีล ๘ ในวันพระนั่นเอง ในยุคสมัยที่ยังไม่มีพระพุทธศาสนา ผู้ปรารถนาสวรรค์จะชักชวนกันรักษาอุโบสถศีล เพราะถือว่าเป็นอริยประเพณีที่มีมาช้านาน
แม้กระทั่งพระเจ้าจักรพรรดิราช ก่อนจะทรงครองความเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ก็ต้องสมาทานอุโบสถศีลอย่างเคร่งครัดทุกๆ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ อานิสงส์ของอุโบสถศีล?ทำให้ รัตนะทั้ง ๗ ประการ มีจักรแก้ว เป็นต้น บังเกิดขึ้น เป็นของคู่บุญ ทำให้พระองค์ทรงสามารถปกครองโลกให้เกิดสันติสุข ครั้นละโลกแล้วก็ได้ไปเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์?    

อุโบสถศีล แปลว่า การเข้าอยู่จำโดยถือศีล ๘ ข้อ วันอุโบสถหรือวันพระนั้น เป็นวันที่เราจะต้อง อยู่เยี่ยงพระ คือบำเพ็ญเนกขัมมะนั่นเอง ศีลแปดที่รักษากันในวันพระ เรียกว่า อุโบสถศีลผู้ครองเรือนทั่วไปไม่สะดวกถือศีล ๘ ได้ทุกวัน ก็จะหาโอกาสมาถือศีลกันเฉพาะวันพระเช่นนี้จึงเรียกว่า รักษาอุโบสถศีล
ระยะเวลาของการรักษาอุโบสถศีล
      การรักษาอุโบสถ มี ๓ อย่าง สามารถเลือกรักษาได้ตามความพร้อมของแต่ละบุคคล คือ
๑. ปกติอุโบสถ คือ อุโบสถที่รักษากันเฉพาะวันที่กำหนดไว้ ในปัจจุบันนี้กำหนดเอาวันพระ คือ วัน ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม
๒. ปฏิชาครอุโบสถ คืออุโบสถที่รักษากันครั้งละ ๓ วัน โดยการถือเพิ่มการรักษาก่อนกำหนด ๑ วัน เรียกว่า วันรับ และหลังวันกำหนดอีก ๑ วัน เรียกว่า วันส่ง จึงรวมเป็นรักษาคราวละ ๓ วัน คือ วันรับ วันรักษา และวันส่ง รวม ๓ วัน ๓ คืน
๓. ปาฏิหาริยปักขอุโบสถ คือ อุโบสถที่รักษาครั้งละหลายๆ วัน เช่น ตลอดพรรษา ๓ เดือนบ้าง ตลอด ๑ เดือนบ้าง หรือครึ่งเดือนจำนวน ๑๕ วันบ้าง
อุโบสถศีล เป็นศีล สำหรับ
๑. ฆราวาสผู้ครองเรือน ซึ่งปรารถนาความสุขอันยอดเยี่ยมในกาลปัจจุบันและอนาคต
๒. ผู้สะสมบารมี เพื่อรู้ธรรมเห็นธรรมและบรรลุมรรคผลนิพพาน

     ศีลอุโบสถนั้น มีองค์ประกอบทั้งหมด ๘ ข้อ ถ้าขาดไปข้อใดข้อหนึ่ง ก็ไม่เรียกว่าศีลอุโบสถตาม พุทธบัญญัติ เพราะฉะนั้นการล่วงศีลอุโบสถเพียงข้อใดข้อเดียว ก็ถือว่าขาดศีลอุโบสถ พูดง่ายๆ ว่า ขาดศีลข้อเดียวก็ขาดหมดทั้ง ๘ ข้อ ผู้ที่รักษาอุโบสถศีลจึงต้องสำรวมระวัง กาย วาจา เป็นพิเศษ
อุโบสถศีล มี ๘ ประการ?อุโบสถศีลประกอบด้วยองค์ ๘ มีดังนี้ คือ
๑. ปาณาติปาตา เวรมณี งดเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป
๒. อทินนาทานา เวรมณี งดเว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้
๓. อพรหมจริยา เวรมณี งดเว้นจากกรรมอันเป็นข้าศึกต่อการประพฤติผิดพรหมจรรย์
๔. มุสาวาทา เวรมณี งดเว้นจากการกล่าวเท็จ รวมถึงวจีกรรมในรูปแบบต่างๆ
๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี งดเว้น จากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
๖. วิกาลโภชนา เวรมณี งดเว้นจากการบริโภค อาหารในเวลาวิกาล
๗. นัจจคีตวาทิตวิสูกทัสสนมาลาคันธวิเลปน-ธารณมัณฑนวิภูสนัฏฐานา เวรมณี งดเว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี และดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อกุศล ลูบทาทัดทรงประดับตกแต่งร่างกายด้วยพวงดอกไม้ ของหอม เครื่องย้อม เครื่องทาอันจัดว่าเป็นการแต่งตัว
๘. อุจจาสยนมหาสยนา เวรมณี งดเว้นจากการนั่ง และการนอนบนที่นอนสูงใหญ่เป้าหมายหลักในการรักษาอุโบสถศีลนั้น ก็เพื่อทำให้จิตใจสงบ ไม่กวัดแกว่งฟุ้งซ่านไปในเรื่องกามารมณ์ แต่ยึดเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ ถือ เป็นการประพฤติพรหมจรรย์ของคฤหัสถ์ผู้ที่ยังไม่ปรารถนาออกบวช?

โดยปกติวันพระ พุทธศาสนิกชน ที่สะดวกก็จะพากันแต่งชุดขาวไปสมาทานอุโบสถศีล และฟังธรรมที่วัด แล้วพักอาศัยอยู่ที่วัดจนกว่าจะครบกำหนด ถ้าไม่ได้ไปวัด ก็จะตั้งใจสมาทานศีล ด้วยตนเอง จะเปล่งวาจาสมาทานหรือเพียงแต่ตั้งเจตนาไว้ก็ได้ทั้งนั้น
           สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัส อุปมาถึงอานิสงส์ ของการรักษาอุโบสถศีลไว้ว่า ถ้าจะนำมาเปรียบกับสมบัติของพระราชา ที่แม้จะครองความเป็นใหญ่ถึง ๑๖ แคว้น ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวของผลบุญอันเกิดจากการ รักษาอุโบสถเลย เพราะสมบัติมนุษย์?เป็นสมบัติหยาบเหมือนสมบัติของคนกำพร้า มีความสุขได้ไม่กี่ร้อยปีก็ต้องพลัดพรากซึ่งเทียบไม่ได้กับการได้เสวยทิพยสมบัติอันยาวนานในสวรรค์ที่เกิดจากอานิสงส์ของการรักษาอุโบสถ
        การรักษาอุโบสถศีลนี้ แม้ว่าจะมีโอกาสรักษาได้ไม่นาน แต่กลับสามารถส่งผลให้มีอานิสงส์มากมายเกินควรเกินคาดได้?ดังเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล
อานิสงส์ของการรักษาอุโบสถศีล
         จะเห็นได้ว่า เพียงการรักษาอุโบสถครึ่งวันและทำด้วยความเต็มใจ ยังได้อานิสงส์ขนาดนี้ แล้วถ้าหากใครได้รักษาอยู่เนืองนิตย์อานิสงส์นั้นพรรณนา อย่างไรก็ไม่หมด เป็นบุญใหญ่ที่จะนำพาให้ได้สวรรค์สมบัติ เวียนวนอยู่แต่ในสุคติภูมิเท่านั้น เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ จะถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ในที่สุดจะได้นิพพานสมบัติ เข้าถึงความสุขอันเป็นอมตะ ผู้ที่รักษาอุโบสถศีลจะได้รับอานิสงส์มากมายเกินควรเกินคาด อย่างน้อยๆ ก็สามารถแบ่งออกเป็น ๕ ข้อ คือ?
๑. ย่อมได้รับโภคทรัพย์ใหญ่ เพราะความไม่ประมาทเป็นเหตุ
๒. เกียรติศัพท์อันงามของผู้มีศีล ย่อมฟุ้งขจรไปไกล
๓. ผู้มีศีลเข้าไปสู่สมาคมใดๆ ย่อมเข้าไปอย่างองอาจไม่เก้อเขิน
๔. ผู้มีศีลย่อมไม่หลงทำกาละ คือ ไม่หลงเผลอสติในเวลาตาย
๕. ผู้มีศีล ตายแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทพ
        นอกจากนี้ ศีล ยังเป็นบาทเบื้องต้นแห่งสมาธิ ทำให้ใกล้ต่อมรรคผลนิพพาน ดังนั้นคนที่ตั้งใจรักษาศีลได้บริสุทธิ์ก็จะมีผลต่อการนั่งสมาธิไปด้วย ดังนั้น พุทธศาสนิกชนที่ดีก็ควรที่จะตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ทั้งยังต้องเป็นกัลยาณมิตรชักชวนคนรอบข้างมาสั่งสมบุญใหญ่ ที่เกิดจากการรักษาอุโบสถศีล เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมชาวพุทธให้แข็งแรงยิ่งขึ้นไป
        บุคคลแม้จะงดงามด้วยเครื่องประดับอันมีค่า ก็ยังไม่งามเท่าผู้มีศีลเป็นอาภรณ์ ผู้มีศีลย่อมติเตียนตนเองไม่ได้ เมื่อพิจารณาถึงศีลที่บริสุทธิ์ ย่อมเกิดปีติทุกเมื่อ
         ศีลจึงเป็นรากฐานแห่งความดีทุกอย่างและกำจัดความชั่วทั้งปวง
บทความคัดลอก

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พระสารีบุตรเถระ

พระสารีบุตรเถระ เอตทัคคะ : เป็นเลิศในทางมีปัญญามาก และ เป็นอัครสาวกเบื้องขวา

มีนามเดิมว่า อุปติสสะเกิดที่หมู่บ้านอุปติสสะ เมืองนาลันทา ในตระกูลพราหมณ์มหาศาล เมื่อช่วงเป็นหนุ่มน้อย บิดาได้หาเด็กหนุ่มวัยเดียวกันเป็นบริวารถึง 500 คน

วันหนึ่ง หลังจากได้ชมมหรสพดังเช่นทุกปีบนยอดเขาแล้ว กลับมีกิริยาอาการและความรู้สึกที่ไม่เหมือนเก่า คือถึงตอนหัวเราะก็ไม่สนุกสนาน ถึงตอนเศร้าโศกก็ไม่ได้แสดงอาการเศร้าโศก ถึงตอนจะให้รางวัลก็ไม่ให้รางวัล แต่มีความรู้สึกสังเวชสลดใจว่า ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย ตัวละครที่กำลังแสดงอยู่นี้ อยู่ได้ไม่ถึง 100 ปี ก็คงตายกันหมด แล้วก็มีตัวละครคนใหม่มาแสดงแทน เราเองมัวมาหลงดูอยู่ทำไม ไฉนจึงไม่แสวงหาโมกขธรรม (ความหลุดพ้น) มีความเบื่อหน่ายในชีวิต และได้ออกบวชอยู่ในสำนักของสัญชัยปริพพาชก ก็ไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ตนต้องการ เพราะว่าไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ได้

เช้าวันหนึ่งอุปติสสปริพพาชกได้พบพระอัสสชิเถระ กำลังออกรับบิณฑบาตโปรดสัตว์ด้วยอาการอันสงบสำรวมก็เกิดความเลื่อมใสว่านักบวชแบบนี้เราไม่เคยเห็นมาก่อน ท่านคงจะเป็นพระอรหันต์แน่จึงเข้าไปถามว่า ท่านมีอินทรีย์ผ่องใสผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่องท่านบวชเชิดชูใครใครเป็นศาสดาของท่านท่านชอบใจธรรมของใครจึงได้คำตอบจากพระอัสสชิอย่างถ่อมตนว่า อาตมาเป็นพระบวชใหม่ เพิ่งมาสู่ธรรมวินัยของพระศาสดาไม่นานนัก อาตมาจึงไม่สามารถพอที่จะบอกถึงคำสอนของพระศาสดาโดยพิสดารได้จึงขอกล่าวธรรมโดยย่อว่า

ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้นไว้และตรัสถึงความดับ(เหตุ)ไว้ด้วย พระสมณะผู้ยิ่งใหญ่มีปรกติตรัสอย่างนี้

พอกล่าวจบ อุปติสสปริพพาชก ก็บรรลุโสดาปัตติผล แล้วจึงกลับไปบอกเพื่อนโกลิตปริพพาชกให้บรรลุโสดาบันเช่นเดียวกัน และทั้งสองจึงชักชวนกันไปพบกับอาจารย์สัญชัยปริพพาชก เพื่อจะไปเฝ้าพระพุทธองค์ แต่ก็ถูกอาจารย์ปฏิเสธอย่างแข็งขันว่า ในโลกนี้คนโง่มากหรือคนฉลาดมากท่านบอกว่า คนโง่มีมาก คนฉลาดมีน้อยถ้าอย่างนั้น ขอให้คนฉลาดจงไปหาพระสมณโคดม ส่วนคนโง่จงมาหาฉัน

ทั้งสองจึงอำลาอาจารย์สัญชัยพร้อมด้วยบริวาร 250คนไปเฝ้าพระพุทธองค์ที่พระเวฬุวันและขออุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาจึงมีชื่อใหม่ว่า สารีบุตรครั้นได้ฟังธรรมเทศนาชื่อว่า เวทนาปริคคหสูตรซึ่งพระพุทธองค์แสดงแก่หลานชายชื่อ ทีฆนขปริพพาชกที่ถ้ำสุกรขาตา เขาคิชฌกูฏ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 สำเร็จเป็นพระอรหันต์ หลังจากบวชได้ 15 วัน และได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า

ก่อนจะปรินิพพานเมื่อวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ที่บ้านของท่านเอง ด้วย โรคปักขันทิกาพาธ (ถ่ายจนเป็นเลือด) หลังจากท่านได้เทศนาโปรดมารดาจนได้บรรลุโสดาบันแล้ว จึงปรินิพพานในที่สุด
  • ท่านเปรียบเสมือนแม่ผู้ให้กำเนิดบุตร คือผู้บวชให้พระภิกษุ
  • ท่านเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา
  • ท่านได้รับนามใหม่อีกว่า เป็นธรรมเสนาบดี
  • ท่านเป็นผู้มีปฏิภาณไหวพริบในการแสดงธรรม
  • ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์รูปแรกในการอุปสมบทพระราธะ -ด้วยวิธีญัตติจถุตถกรรมวาจา

กิจวัตรของสงฆ์



จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ.
มา เอเกน เทฺว อคมิตฺถ, เทเสถ ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ, สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสถ, สนฺติ สตฺตา อปฺปรชกฺข ชาติกา อสฺสวนฺตา ธมฺมสฺส ปริหายนฺติ, ภวิสฺสนฺติ ธมฺมสฺส อญฺญาตาโร, อหมฺปิ ภิกฺขเว, เยน อุรุเวลา เสนานิคโม เตนุปสงฺกมิสฺสามิ ธมฺมเทสนายาติ.
.......................................................
"เธอทั้งหลายจงจาริกไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ ขอจงอย่าได้ไปรวมทางเดียวกันสองรูป จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ ครบ บริสุทธ์บริบูรณ์ สัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อยมีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม

(วิ. มหา. 4/32/ 40)

อ้้างอิง https://www.facebook.com/










กิจวัตรประจำวันของสามเณรวัดหนองโว้ง 1


กิจวัตรประจำวันของสามเณรวัดหนองโว้ง ช่วงเช้า มีการเข้าแถวสวดมนต์ อ่านข่าว และ ช่วงสายมีการเรียนแล้วช่วงเย็นยังมีการกวาดวิหารลานเจดีย์ 





เข้าแถวสวดมนต์


อ่านข่าว
อ่าน คำศัพท์ - คำอ่าน -และความหมาย
ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อให้สอดคล้องกับ AEC



อาจารย์ให้โอวาท ก่อนเข้าเรียน
















กิจกรรมกวาดวิหารลานเจดีย์
เป็นการบำเพ็ญประโยชน์อย่างยอดเยี่ยม


พัฒนาการของอาณาจักรอยุทธยา

รายงานการประเมินตนเองรายบุคคล

บทความคัดลอก รายงานการประเมินตนเองรายบุคคล Sar - SlideShare www.slideshare.net/rpk20school/sar-15361915‎