This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พระสารีบุตรเถระ

พระสารีบุตรเถระ เอตทัคคะ : เป็นเลิศในทางมีปัญญามาก และ เป็นอัครสาวกเบื้องขวา

มีนามเดิมว่า “อุปติสสะ” เกิดที่หมู่บ้านอุปติสสะ เมืองนาลันทา ในตระกูลพราหมณ์มหาศาล เมื่อช่วงเป็นหนุ่มน้อย บิดาได้หาเด็กหนุ่มวัยเดียวกันเป็นบริวารถึง 500 คน

วันหนึ่ง หลังจากได้ชมมหรสพดังเช่นทุกปีบนยอดเขาแล้ว กลับมีกิริยาอาการและความรู้สึกที่ไม่เหมือนเก่า คือถึงตอนหัวเราะก็ไม่สนุกสนาน ถึงตอนเศร้าโศกก็ไม่ได้แสดงอาการเศร้าโศก ถึงตอนจะให้รางวัลก็ไม่ให้รางวัล แต่มีความรู้สึกสังเวชสลดใจว่า “ ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย ตัวละครที่กำลังแสดงอยู่นี้ อยู่ได้ไม่ถึง 100 ปี ก็คงตายกันหมด แล้วก็มีตัวละครคนใหม่มาแสดงแทน เราเองมัวมาหลงดูอยู่ทำไม ไฉนจึงไม่แสวงหาโมกขธรรม (ความหลุดพ้น) มีความเบื่อหน่ายในชีวิต ” และได้ออกบวชอยู่ในสำนักของสัญชัยปริพพาชก ก็ไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ตนต้องการ เพราะว่าไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ได้

เช้าวันหนึ่งอุปติสสปริพพาชกได้พบพระอัสสชิเถระ กำลังออกรับบิณฑบาตโปรดสัตว์ด้วยอาการอันสงบสำรวมก็เกิดความเลื่อมใสว่า“นักบวชแบบนี้เราไม่เคยเห็นมาก่อน ท่านคงจะเป็นพระอรหันต์แน่” จึงเข้าไปถามว่า “ท่านมีอินทรีย์ผ่องใสผิวพรรณบริสุทธิ์ผุดผ่องท่านบวชเชิดชูใครใครเป็นศาสดาของท่านท่านชอบใจธรรมของใคร”จึงได้คำตอบจากพระอัสสชิอย่างถ่อมตนว่า “อาตมาเป็นพระบวชใหม่ เพิ่งมาสู่ธรรมวินัยของพระศาสดาไม่นานนัก อาตมาจึงไม่สามารถพอที่จะบอกถึงคำสอนของพระศาสดาโดยพิสดารได้” จึงขอกล่าวธรรมโดยย่อว่า

“
ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้นไว้และตรัสถึงความดับ(เหตุ)ไว้ด้วย พระสมณะผู้ยิ่งใหญ่มีปรกติตรัสอย่างนี้”

พอกล่าวจบ อุปติสสปริพพาชก ก็บรรลุโสดาปัตติผล แล้วจึงกลับไปบอกเพื่อนโกลิตปริพพาชกให้บรรลุโสดาบันเช่นเดียวกัน และทั้งสองจึงชักชวนกันไปพบกับอาจารย์สัญชัยปริพพาชก เพื่อจะไปเฝ้าพระพุทธองค์ แต่ก็ถูกอาจารย์ปฏิเสธอย่างแข็งขันว่า “ในโลกนี้คนโง่มากหรือคนฉลาดมาก” ท่านบอกว่า “คนโง่มีมาก คนฉลาดมีน้อย” ถ้าอย่างนั้น “ขอให้คนฉลาดจงไปหาพระสมณโคดม ส่วนคนโง่จงมาหาฉัน”

ทั้งสองจึงอำลาอาจารย์สัญชัยพร้อมด้วยบริวาร 250คนไปเฝ้าพระพุทธองค์ที่พระเวฬุวันและขออุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาจึงมีชื่อใหม่ว่า “ สารีบุตร” ครั้นได้ฟังธรรมเทศนาชื่อว่า “เวทนาปริคคหสูตร” ซึ่งพระพุทธองค์แสดงแก่หลานชายชื่อ “ทีฆนขปริพพาชก” ที่ถ้ำสุกรขาตา เขาคิชฌกูฏ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 สำเร็จเป็นพระอรหันต์ หลังจากบวชได้ 15 วัน และได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า

ก่อนจะปรินิพพานเมื่อวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ที่บ้านของท่านเอง ด้วย โรคปักขันทิกาพาธ (ถ่ายจนเป็นเลือด) หลังจากท่านได้เทศนาโปรดมารดาจนได้บรรลุโสดาบันแล้ว จึงปรินิพพานในที่สุด
  • ท่านเปรียบเสมือนแม่ผู้ให้กำเนิดบุตร คือผู้บวชให้พระภิกษุ
  • ท่านเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา
  • ท่านได้รับนามใหม่อีกว่า “เป็นธรรมเสนาบดี”
  • ท่านเป็นผู้มีปฏิภาณไหวพริบในการแสดงธรรม
  • ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์รูปแรกในการอุปสมบทพระราธะ -ด้วยวิธีญัตติจถุตถกรรมวาจา

กิจวัตรของสงฆ์



จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ.
มา เอเกน เทฺว อคมิตฺถ, เทเสถ ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ, สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสถ, สนฺติ สตฺตา อปฺปรชกฺข ชาติกา อสฺสวนฺตา ธมฺมสฺส ปริหายนฺติ, ภวิสฺสนฺติ ธมฺมสฺส อญฺญาตาโร, อหมฺปิ ภิกฺขเว, เยน อุรุเวลา เสนานิคโม เตนุปสงฺกมิสฺสามิ ธมฺมเทสนายาติ.
.......................................................
"เธอทั้งหลายจงจาริกไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ ขอจงอย่าได้ไปรวมทางเดียวกันสองรูป จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ ครบ บริสุทธ์บริบูรณ์ สัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อยมีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมี ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม”

(วิ. มหา. 4/32/ 40)

อ้้างอิง https://www.facebook.com/










กิจวัตรประจำวันของสามเณรวัดหนองโว้ง 1


กิจวัตรประจำวันของสามเณรวัดหนองโว้ง ช่วงเช้า มีการเข้าแถวสวดมนต์ อ่านข่าว และ ช่วงสายมีการเรียนแล้วช่วงเย็นยังมีการกวาดวิหารลานเจดีย์ 





เข้าแถวสวดมนต์


อ่านข่าว
อ่าน คำศัพท์ - คำอ่าน -และความหมาย
ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อให้สอดคล้องกับ AEC



อาจารย์ให้โอวาท ก่อนเข้าเรียน
















กิจกรรมกวาดวิหารลานเจดีย์
เป็นการบำเพ็ญประโยชน์อย่างยอดเยี่ยม


วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ศาสนปฏิบัติ 1

 ปัจจุบันนี้เป็นกระแสโลกาภิวัตน์ (globalization ) ปัญหาความเสื่อมถอยในด้าน คุณธรรม  จริยธรรมของมนุษย์ (Human) นั้นเสื่อมทรุดเพราะเนื่องมาจาก ปัญหา (Problem) วัยรุ่นตีกัน ปัญหาเด็กติด เกมส์ จึงทำให้เยาชนคนไทยหลงผิด ทั้งนี้ โรงเรียนพระปริยัติสามัญวัดหนองโว้งวิทยา จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ยุทธวิธี เชิงรุกในการกล่อมเกลาเยาวชน ให้นักเรียน(สามเณร) มีคุณธรรม และ จริยธรรมมากขึ้น ซึ่งนอกจากนี้ กิจกรรม โรงเรียนพระปริยัติสามัญวัดหนองโว้งวิทยาจึง สร้างกิจกรรม “ ศาสนปฏิบัติ” ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีการสวดมนต์ และเจริญภาวนา เพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้ นักเรียนมีคุณธรรม และ ศีลธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ในการดำเนินชีวิตในปัจจุบันและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ ประชาชนสืบไป  






วันพระวัดหนองโว้ง

วันนี้ วันที่ 30 กรกฏาคม 2556 ตรงกับ วันพระ บรรดาท่านสาธุชน (People)บ้านหนองโว้งร่วมกันทำบุญและทำวัตรเช้า ทั้งนี้บรรยากาศยามเช้าครึ้มฟ้าครึ้มฝน และมีฝนตกลงมาโปรยปรายเล็กน้อย แต่คณะศรัทธา(Believe) หรือญาติโยมก็ยังเหนียวแน่นเหมือเดิม 














วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พระอุรุเวลกัสสปเถระ


พระอุรุเวลกัสสปเถระ เอตทัคคะ : เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีบริวารมาก

ชื่อเดิมคือ “กัสสปะ” เกิดในตระกูลพราหมณ์ ที่เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ตระกูลกัสสปโคตร มีพี่ร่วมท้องเดียวกัน คือ น้องชาย 2 คน ได้แก่ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ ทั้ง 3 พี่น้อง ต่างเป็นอาจารย์สอนคัมภีร์ไตรเพท แก่ศิษย์ผู้เป็นบริวารของตนๆ รวมจำนวนถึง 1,000 คน

ต่อมาท่านเห็นว่าความรู้ที่มีอยู่ไม่มีสาระแก่นสาร จึงได้ชักชวนกันออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญพรตด้วยการบูชาไฟ ถือว่าตนเป็นพระอรหันต์ สร้างอาศรมสั่งสอนลัทธิอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม

หลังจากที่พระพุทธองค์ทรงส่งสาวก 60 องค์ไปประกาศพระศาสนา และเสด็จไปโปรดชฏิลทั้ง 3 พี่น้อง พระองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่างๆ จนทำให้ชฏิลทั้ง 3 พี่น้องละพยศลดทิฏฐิมานะกลับมาเลื่อมใส และยอมรับนับถือพระรัตนตรัย ได้ขอบรรพชาอุปสมบท ด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา

ต่อมาพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมชื่อ“อาทิตตปริยายสูตร” ซึ่งมีใจความว่าตา หูจมูก ลิ้นกาย และใจ เป็นของร้อน คือร้อนด้วยไฟ คือราคะ โทสะ และโมหะเป็นต้นเมื่อจบพระธรรมเทศนาท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์

พระเจ้าพิมพิสารทราบข่าว จึงพร้อมด้วยข้าราชบริพาร เสด็จพระราชดำเนินไปเฝ้า พระพุทธองค์ทอดพระเนตรข้าราชบริพารมีกิริยาอาการไม่อ่อนน้อม จึงตรัสสั่งให้พระอุรุเวลกัสสปะประกาศลัทธิของท่านว่าไม่มีแก่นสาร ท่านจึงได้ทำตามพระพุทธดำรัส คนเหล่านั้นสิ้นความสงสัย ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา ชื่อว่า “อนุปุพพิกถา และอริยสัจ 4”

เวลาจบเทศนา พระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยบริวาร 11 ส่วน ได้บรรลุโสดา-ปัตติผล อีก 1 ส่วน ได้ดำรงอยู่ในไตรสรณคมน์ เป็นเหตุให้พระเจ้าพิมพิสารถวายวัดแห่งแรกแก่พระพุทธศาสนาชื่อว่า “เวฬุวัน”
  • ท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ เพราะได้ฟังธรรมเทศนาชื่อว่า “อาทิตต-ปริยายสูตร” คือ สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน
  • ท่านมีบริวาร 500 นทีกัสสปะ 300 คยากัสสปะ 200 รวมเป็น 1,000
  • ท่านได้เป็นอาจารย์ที่ชาวเมืองราชคฤห์นับถือมาก
  • ท่านพร้อมทั้งน้องชาย 2 คน บูชาไฟอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ชฏิล แปลว่า ผู้มีผมเป็นมวย หรือผู้มีมวยผมนั้นเอง
  • แคว้นมคธ มีราชคฤห์เป็นเมืองหลวง มีพระเจ้าพิมพิสารเป็นผู้ปกครอง



บทความคัดลอก 


อบรมพระนวกะ ปี 2556








ประชุมอบรมพระนวกะคณะสงฆ์ อำเภอสวรรคโลก
ณ  วัดสว่างอารมณ์วรวิหาร
 25 - 29 กรกฏาคม 2556





พระอาจารย์พระครู เฉลิมชัยบรรยาย "วินัยมุข"

สมกับเป็นวิทยากร มือ 1 จริงๆๆ

หลวงพ่อเสน่ห์ บรรยายได้ลึกซึ้งแฝงนัยยะธรรมมากมาย


สงบ อึ้ง ทึ้ง บรรยาย แบบไม่หลับกันเลย

พระอาจารย์ วิมล เป็น เลขานุการเจ้าคณะอำเภอสวรรคโลก
ได้สมบูรณ์แบบมากเลย 

พระอาจารย์ นพรัตน์ (ปธ.3) บรรยายได้อรรถ
สมกับเป็นยอดครูเลยทีเดียว

อาจารย์พระครู "โอ" มีเกมส์ ตอบปัญหาธรรมของขลัง
หมดย่ามเลยทีเดียว
พระครูสายันต์ ว่าที่ ดร. ก็แวะมาเยี่ยมเยียนให้พรได้เสนาะ
หูเช่นเดิม คารมคมคายเหลือเกิ้น

อาหารที่ วัดสว่างอารมณ์วรวิหาร สมบูรณ์มากพระเณร ได้ฉัน
กันตามอัตตภาพจริงๆๆ
หลวงพ่อเจ้าคุณ "พระพิศาลพัฒโนดม" เป็นประธาน
มอบประกาศนียบัตร






มอบประกาศนียบัตรสามเณร ดีเด่น



พัฒนาการของอาณาจักรอยุทธยา

รายงานการประเมินตนเองรายบุคคล

บทความคัดลอก รายงานการประเมินตนเองรายบุคคล Sar - SlideShare www.slideshare.net/rpk20school/sar-15361915‎